ความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัย

ปัญหาคาใจของผู้เอาประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ เหตุใดประกันภัยรถยนต์ชั้น1 ไม่คุ้มครองให้ครบถ้วน โดยเฉพาะที่เกิดขึ้นกับตัวรถยนต์คันที่ทำประกันภัย

ประชาสัมพันธ์โดย : ทูเดย์อินชัวร์ดอทคอม ศูนย์รวมประกันภัยรถยนต์มากกว่า 3,000 รายการ,
ประกันภัยรถยนต์ชั้น1, ประกันภัยรถยนต์ชั้น3 ประกันภัยรถยนต์หลากหลายรุ่นให้เลือก
ข้อมูล : http://www.todayinsure.com/index.php?ui=news&tag=corp&interface=detail&id=583

ในเรื่องความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัยนั้น มีทั้งในส่วนที่บัญญัติไว้โดยกฎหมาย และในส่วนที่ตกลงกัน ระหว่างผู้เอาประกันภัยและบริษัทที่รับประกันภัย เพียงแต่ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไม่ได้กำหนดไว้โดยตรง แต่ต้องพิจารณาจากภัยที่ผู้รับประกันภัยตกลงรับเสี่ยง กับจำนวนเงินซึ่งเอาประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัยแต่ละฉบับ หรือมีเหตุการณ์ใดๆ เกิดขึ้นจึงจะนำมาพิจารณาว่า เหตุที่เกิดขึ้นและทำความเสียหายให้กับวัตถุที่เอาประกันภัยนั้น จะได้รับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์หรือไม่เพียงใด

ในส่วนนี้จะพูดกันเพื่อความเข้าใจง่ายๆ ว่ากรมธรรม์ให้ความคุ้มครองหรือไม่เพียงใด เช่น บ้านที่ทำประกันภัยอัคคีภัย โดยในกรมธรรม์กำหนดเฉพาะการรับประกันภัยความเสียหาย หรือรับประกันภัยที่เกิดจากไฟไหม้เท่านั้น เมื่อบ้านที่ทำประกันภัยไว้ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม บริษัทที่รับประกันภัยก็ไม่สามารถชดใช้ค่าสินไหมทดแทน สำหรับความเสียหายใดๆ ให้กับผู้เอาประกันภัยได้ ในกรณีเช่นนี้ก็จะเรียกกันว่าเพราะกรมธรรม์ไม่คุ้มครอง

กรมธรรม์ประกันภัยที่เป็นเรื่องใกล้ตัวทุกคนมากที่สุด ก็คือการประกันภัยรถยนต์ สำหรับการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อการประกันภัย พ.ร.บ. นั้น ภัยที่รับเสี่ยงที่กำหนดอยู่ในกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ นั้นถูกกำหนดโดยกฎหมาย บริษัทที่รับประกันภัยและผู้เอาประกันภัยจะกำหนดส่วนใดเพิ่มเติมไม่ได้ ภัยที่รับประกันภัยสำหรับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ คือ การเกิดอุบัติเหตุของรถยนต์คันที่ทำประกันภัยไว้ และค่าสินไหมทดแทนที่จะต้องชดใช้กันตามกฎหมาย ก็คือค่ารักษาพยาบาล และค่าปลงศพ แล้วแต่ว่าผู้ประสบภัยที่ได้รับอันตราย จากรถยนต์คันที่ทำประกันภัยนั้นได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิตแล้วแต่กรณี ในส่วนของการประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ ยังมีข้อกำหนดสำหรับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นกรณีพิเศษอีกประการหนึ่ง ก็คือการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนสำหรับ “ค่าเสียหายเบื้องต้น” ซึ่งกำหนดให้บริษัทที่รับประกันภัย ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้ประสบภัยภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับการร้องขอโดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความรับผิดเสียก่อน ดังเช่น การประกันภัยรถยนต์ ซึ่งถือเป็นการประกันภัยค้ำจุน ที่กำหนดให้บริษัทที่รับประกันภัยจะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน สำหรับความเสียหายที่ผู้เอาประกันภัยจะต้องรับผิดชอบเท่านั้น

ในส่วนของกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ มีคำถามมากมายและเป็นปัญหา สำหรับการปฏิบัติงานของพนักงานบริษัทที่รับประกันภัย และเป็นปัญหาคาใจของผู้เอาประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจเป็นอันมาก ว่าเหตุใดเมื่อได้ตกลงทำประกันภัยภาคสมัครใจ โดยเฉพาะการประกันภัยรถยนต์ชั้น1 ซึ่งเชื่อจากการบอกต่อๆ กันมาว่าเป็นการทำประกันภัยรถยนต์ชั้น1แล้ว จึงยังไม่มีความคุ้มครองให้ครบถ้วน สำหรับความเสียหายโดยเฉพาะที่เกิดขึ้นกับตัวรถยนต์คันที่ทำประกันภัย

การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจนั้น เป็นเรื่องของสัญญาประกันภัยในระหว่างผู้เอาประกันภัย และบริษัทที่รับประกันภัยที่ตกลงกัน โดยมีข้อกำหนดของภัยที่บริษัทที่รับประกันภัยจะรับเสี่ยงคือ “การเกิดอุบัติเหตุของรถยนต์คันที่ทำประกันภัย” สำหรับค่าสินไหมทดแทนก็แยกออกเป็นหลายประการ ในเรื่องของการประกันภัยค้ำจุน ก็เป็นเรื่องของความรับผิดต่อความเสียหายของบุคคลภายนอก ทั้งความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย และทรัพย์สินของบุคคลภายนอกที่ได้รับความเสียหาย อันเกิดจากรถยนต์คันที่ทำประกันภัย และเนื่องจากการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ในส่วนนี้เป็นเรื่องของการประกันภัยค้ำจุน ดังนั้น บริษัทที่รับประกันภัยจะชดใช้ค่าสินไหมทดแทน สำหรับความเสียหายส่วนนี้ ก็ต่อเมื่อผู้เอาประกันภัยเป็นฝ่ายที่ต้องรับผิดชอบ สำหรับการเกิดเหตุนั้นเท่านั้น

ส่วนความเสียหายของตัวรถยนต์คันที่ทำประกันภัย เป็นความเสียหายที่การชดใช้ค่าสินไหมทดแทนไม่ได้เป็นเรื่องการประกันภัยค้ำจุน แต่เป็นเรื่องของการประกันภัยทั่วๆ ไป โดยกำหนดภัยที่บริษัทประกันภัยรับเสี่ยงภัยไว้ คือ การเกิดอุบัติเหตุของรถยนต์คันที่ทำประกันภัย และค่าสินไหมทดแทน คือ ความเสียหายของตัวรถยนต์คันที่ทำประกันภัยไว้ ดังนั้นรถยนต์คันที่ทำประกันภัย หากได้รับความเสียหายอันเกิดจากอุบัติเหตุ ไม่ว่าผู้ขับขี่รถคันที่ทำประกันภัยจะเป็นฝ่ายประมาทหรือไม่ก็ตาม บริษัทที่รับประกันภัยไว้จะต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน สำหรับความเสียหายของรถคันที่ทำประกันภัยไว้ ไม่เกินจำนวนทุนประกันภัยที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ แต่หากรถยนต์คันที่ทำประกันภัยไว้ เกิดความเสียหายโดยเหตุประการอื่นที่ไม่ได้เป็นอุบัติเหตุ เช่น สีรถเมื่อใช้ไปนานๆ ก็เสื่อมสภาพไม่สวยงาม หรือเครื่องยนต์เสื่อมสภาพเพราะการใช้งาน ยางรถยนต์สึกหรอเพราะเกิดจากการใช้งาน โดยทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นความเสียหายจากการเกิดอุบัติเหตุแต่อย่างใด กรณีเหล่านี้บริษัทที่รับประกันภัยก็จะไม่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน สำหรับความเสียหายเหล่านี้ให้ เพราะความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากภัยที่รับประกันภัยไว้ ซึ่งเรียกกันว่ากรมธรรม์ไม่คุ้มครอง ยังมีความเสียหายที่เกิดขึ้นจากภัยอื่นๆ ที่ทำให้ตัวรถยนต์คันที่ทำประกันภัยเสียหาย และถูกกำหนดเป็นข้อยกเว้น สำหรับการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนของบริษัทที่รับประกันภัยอีกหลายประการ โดยจะถูกกำหนดไว้ในเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัยประเภทต่างๆ ถ้ามีโอกาสจะนำมาเรียนให้ทราบในโอกาสต่อๆ ไปนะครับ

ที่มา : สยามธุรกิจ


หมวดประกันภัยรถยนต์อื่น ที่สามารถเลือกซื้อได้

 วิริยะประกันภัย   กรุงเทพประกันภัย   สินมั่นคงประกันภัย   อาคเนย์ประกันภัย   เมืองไทยประกันภัย 
This entry was posted in ข่าวประกันภัย, ข่าวประกันภัยรถยนต์, ประกันภัย, ประกันภัยรถยนต์ and tagged , , , , . Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>